ตับของคนเรากรองเลือดทั้งวันทั้งคืนในทุกๆวัน ตับที่แข็งแรงจะมีสีน้ำตาลแดงเข้มเพราะมันโชกไปด้วยเลือด ในทุกๆ หนึ่งนาที ตับจะกรองเลือดมากกว่าหนึ่งลิตร คุณอาจลองคำนวณเล่นๆดูก็ได้ว่าใน 24 ชั่วโมง ตับจะกรองเลือดมหาศาลเพียงใด เลือดที่มาจากระบบย่อยอาหารของเราจะเข้าสู่ตับผ่านทางหลอดเลือดดำตับที่จะนำเอาสารอาหาร ยา หรือสารพิษมาที่ตับด้วย ในช่วงชีวิตของเรา เรากินอาหารเป็นตันๆ ดื่มเครื่องดื่มต่างๆเป็นพันๆลิตร กินยาต่างๆมากมาย ได้รับสารพิษสารอันตรายมากมาย ซึ่งทั้งหมดนี้ผ่านเข้าสู่ตับ สุขภาพตับสะท้อนให้เห็นพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ดีของเราได้
ระยะของโรคตับ
โรคตับอาจเกิดจากไวรัส การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป โรคอ้วน การรับประทานอาหารที่ไม่ดี พันธุกรรม โรคแพ้ภูมิตัวเองหรือปฏิกิริยาจากยา ซึ่งโรคตับมี 4 ระยะด้วยกัน
ระยะที่ 1 คือ การอักเสบในตับ เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของคุณทำปฏิกิริยากับสิ่งแปลกปลอม เช่น สารพิษ การอักเสบเรื้อรังอาจทำให้ตับโตได้ การอักเสบอาจเป็นผลมาจากไขมันพอกตับ ตับอักเสบและสาเหตุอื่นๆ
ระยะที่ 2 คือ พังผืดในตับหรือการเกิดแผลเป็นของตับ เกิดจากการอักเสบเรื้อรัง เนื้อเยื่อที่เป็นแผลเป็นจะเริ่มเข้ามาแทนที่เนื้อเยื่อที่แข็งแรง ซึ่งส่งผลให้การทำงานของตับลดลงและเนื้อเยื่อที่เป็นแผลเป็นนี้ยังทำให้การไหลเวียนเลือดไปยังตับของคุณลดลงอีกด้วย
ระยะที่ 3 คือ โรคตับแข็ง เกิดจากการมีแผลเป็นที่ตับอย่างรุนแรง ในระยะตับแข็งนี้ คุณอาจมีอาการที่เกิดจากตับถูกทำลายมากขึ้น เช่น อาการตัวเหลือง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
ระยะที่ 4 คือ ตับวาย ซึ่งหมายความว่าตับของคุณไม่สามารถทำงานหรือฟื้นฟูตัวเองได้อีกต่อไป ในภาวะตับวาย ตับจะไม่สามารถสลายหรือกำจัดสารพิษหรือยาได้อีก ทำให้มีการสะสมสารเหล่านี้ในร่างกายของคุณ อาการต่างๆจะแย่ลงและรวมไปถึงความบกพร่องทางร่างกายและจิตใจและปัญหาอื่นๆตามมาได้
การวินิจฉัยโรคตับในระยะเริ่มต้นมีความสำคัญมาก
การวินิจฉัยโรคตับตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นกุญแจสำคัญในการรักษาแต่เนิ่นๆ ซึ่งก็หมายถึงคุณก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า โรคตับในระยะแรกสามารถรักษาได้ เพราะตับของคุณสามารถซ่อมแซมฟื้นฟูตัวเองได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อโรคตับดำเนินไปเรื่อยๆความสามารถในการฟื้นฟูตามธรรมชาติของตับจะลดลง ดังนั้นแนะนำให้ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอและหากคุณสังเกตเห็นอาการหรือสัญญาณผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นก็ควรรีบปรึกษาแพทย์
5 สัญญาณเตือนว่าตับของคุณทำงานผิดปกติ
ตับทำหน้าที่สำคัญๆกว่า 500 อย่าง หากการทำงานของตับเกิดความผิดปกติก็จะไปรบกวนการทำงานของร่างกายทั้งหมดและเราสามารถเห็นสัญญาณเตือนต่างๆได้ ดังต่อไปนี้
- ดีซ่าน ซึ่งเป็นภาวะที่ผิวหนังและส่วนสีขาวของดวงตามีสีเหลือง แม้แต่ปัสสาวะก็มีสีเหลืองเข้ม
- คันที่ผิวหนัง ตับที่ทำงานผิดปกติจะทำให้มีการสะสมของเกลือน้ำดีใต้ผิวหนังมากขึ้นจนท้ายที่สุดก็ทำให้มีอาการคันที่ผิวหนังและผิวหนังเป็นขุย ปัญหาผิวหนังที่เกิดขึ้นมักมีสาเหตุมาจากปัญหาที่ตับ มันเป็นสัญญาณแรกและบอกเป็นนัยว่าตับมีปัญหา
- เบื่ออาหาร หน้าที่หนึ่งของน้ำดีที่ตับผลิตขึ้นคือช่วยในการย่อยอาหาร โดยธรรมชาติแล้ว เมื่อตับไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ น้ำดีผลิตได้ไม่ดีก็ทำให้กระบวนการย่อยไม่ดีทำให้เบื่ออาหาร ส่งผลให้น้ำหนักตัวลด ปวดท้อง และคลื่นไส้ได้
- มีเลือดออกและช้ำบ่อย หากคุณฟกช้ำง่ายหรือแผลหายช้า คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่าตับของคุณยังทำงานได้ดี การมีเลือดออกหรือการฟกช้ำหลังจากได้รับบาดเจ็บเกิดจากการขาดโปรตีนที่จำเป็นต่อการแข็งตัวของเลือด ซึ่งตับทำหน้าที่สังเคราะห์โปรตีนนี้ ดังนั้นหากตับทำงานได้ไม่ดีก็จะไปรบกวนการสังเคราะห์โปรตีนได้ ในบางรายอาจอาเจียนเป็นเลือดหรือมีเลือดในอุจจาระที่สังเกตเห็นได้หากมีปัญหาเกี่ยวกับตับ
- ขาดสมาธิ เมื่อตับไม่สามารถกรองสารพิษออกจากเลือดได้ ตับจะเริ่มขัดขวางการทำงานอื่นๆของร่างกาย สัญญาณต่างๆจากการมีสารพิษสะสมยังไปแสดงออกด้านความจำและสุขภาพจิตของคุณได้ ซึ่งสัญญาณบ่งบอกว่าตับมีปัญหา เช่น ขาดสมาธิ รู้สึกสับสน สูญเสียความทรงจำ อารมณ์แปรปรวนและบุคลิกภาพเปลี่ยนไป
นอกเหนือจากสัญญาณที่เด่นชัดข้างต้นเมื่อตับเกิดความเสียหาย ยังมีสัญญาณอื่นๆที่อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติในการทำงานของตับที่คุณต้องระวัง ได้แก่ ปวดท้องด้านขวาบน ท้องบวม คลื่นไส้ อาเจียน สับสน ง่วงเหงาหาวนอน มีอาการสั่น
เติมสารอาหารที่คนเป็นโรคตับ
ภาวะทุพโภชนาการเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ตับไม่สามารถเผาผลาญสารอาหารที่เกิดจากความผิดปกติของตับที่เรื้อรัง ซึ่งภาวะทุพโภชนาการส่งผลเสียอย่างมากต่อการเจ็บป่วย การตายและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย จากข้อแนะนำการดูแลด้านโภชนาการผู้ป่วยโรคตับปีล่าสุดจาก European Society for Clinical Nutrition and Metabolism (ESPEN) ระบุว่าควรเสริมโภชนาการในผู้ป่วยตับที่กินอาหารทางปากได้น้อยและอาจมีประโยชน์ในแง่ของการรอดชีวิต อาหารทางการแพทย์จึงเข้ามามีบทบาทในการดูแลด้านโภชนาการแก่ผู้ป่วย แนะนำให้เลือกสูตรเฉพาะโรคตับเพราะได้รับการออกแบบให้มีพลังงานและโปรตีนสูง และให้เลือกอาหารทางการแพทย์ที่มีวิตามินที่ละลายในไขมัน (วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค) และมีแร่ธาตุสังกะสีซึ่งผู้ป่วยตับมักจะขาด อาหารทางการแพทย์ที่เหมาะสมมีส่วนช่วยเติมเต็มโภชนาการแก่ผู้ป่วยตับได้
ผู้เขียน
นัฏฐิกา สงเอียด
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
แหล่งอ้างอิง :
- American Liver Foundation. The Healthy Liver. Available at: <https://liverfoundation.org/about-your-liver/how-liver-diseases-progress/the-healthy-liver/> How Liver Diseases Progress. Available at: < https://liverfoundation.org/about-your-liver/how-liver-diseases-progress/#1503433374439-125f5330-5bb5>
- The Role of Diet Therapy in the Treatment of Liver Disease. Mater Sociomed. 2020 Sep;32(3):200-206.
- TIMESOFINDIA.COM. Liver failure: Five warning signs which indicate your liver is not working properly. Available at:
- A narrative review of nutritional abnormalities, complications, and optimization in the cirrhotic patient. Transl Gastroenterol Hepatol. 2022; 7: 5.
- ESPEN practical guideline: Clinical nutrition in liver disease. Clin Nutr. 2020 Dec;39(12):3533-3562.