9 วิธีชะลอไตเสื่อมที่ควรรู้และทำได้จริง

9 วิธีชะลอไตเสื่อมที่ควรรู้และทำได้จริง

ปัจจุบันโรคไตกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในคนไทยมากขึ้นอย่างน่ากังวล หลายคนมีภาวะไตเสื่อมโดยไม่รู้ตัว เพราะในระยะแรกมักไม่แสดงอาการชัดเจน กว่าจะรู้ตัวอีกที ไตอาจทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรแล้ว

สิ่งที่ต้องเข้าใจตรงกันคือ ไตเสื่อมแล้วฟื้นฟูให้กลับมาเหมือนเดิมได้ยาก แต่เราสามารถ ชะลอไตเสื่อม (Slow Progression) ได้ หากดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะเรื่องอาหาร การใช้ชีวิต และการติดตามสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

ไตเสื่อมเกิดจากอะไร? และใครบ้างที่เสี่ยง

ภาวะไตเสื่อม คือ ภาวะที่ไตทำงานลดลง ไม่สามารถขับของเสีย ควบคุมสมดุลน้ำและเกลือแร่ได้ตามปกติ หากปล่อยไว้อาจลุกลามจนถึงระยะที่ต้องฟอกไต และกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่

  • ผู้ป่วยเบาหวาน
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่ทานยาแก้ปวดหรือยาบางชนิดต่อเนื่องเป็นเวลานาน

9 วิธีชะลอไตเสื่อม ที่เริ่มทำได้ทันที

  1. ควบคุมความเค็ม (ลดโซเดียม)

    โซเดียมส่วนเกินทำให้ไตทำงานหนัก ความดันสูง และเร่งไตเสื่อม
    ควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารหมักดอง และลดการเติมน้ำปลา ซีอิ๊ว ผงปรุงรส

  2. คุมระดับความดันโลหิตให้ปกติ

    ความดันสูงทำลายหลอดเลือดฝอยในไตโดยตรง ควรกินยาตามแพทย์สั่ง ควบคุมอาหาร น้ำหนัก ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ

  3. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

    น้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น ผู้ป่วยเบาหวานควรลดหวาน เลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน และตรวจน้ำตาลสม่ำเสมอ

  4. จำกัดโปรตีนให้เหมาะสม (สำคัญมาก)

    โปรตีนเป็นสารอาหารที่จำเป็น แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไต หากได้รับมากเกินไป ไตจะต้องทำงานหนักขึ้น จึงควรได้รับโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสมกับระยะของโรค แนวทางการได้รับโปรตีนในผู้ป่วยโรคไตตามระยะของโรค แนวทางปริมาณโปรตีน

    • ผู้ป่วยระยะที่ 1-3a: 0.8-1 กรัม/กก./วัน
    • ผู้ป่วยระยะที่ 3b-5 (ยังไม่ฟอกไต) 0.6-0.8 กรัม/กก./วัน แต่หากมีภาวะเจ็บป่วยหรือร่างกายต้องการสารอาหารมากขึ้น อาจเพิ่มเป็น 1.0-1.2 กรัม/น้ำหนักตัว/วัน
    • ผู้ป่วยระยะที่ 4-5 บางราย: อาจจำกัดโปรตีนเหลือ 0.4 กรัม/กก./วัน พร้อมเสริมกรดอะมิโนจำเป็น
    • ผู้ที่ฟอกไต: 1.1-1.4 กรัม/กก./

    การเลือก อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต หรือ อาหารทางการแพทย์ ที่ออกแบบสัดส่วนสารอาหารมาอย่างเหมาะสม จะช่วยลดภาระไตและดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้น

  5. ดื่มน้ำให้เหมาะสมกับระยะโรค

    น้ำช่วยขับของเสีย แต่ผู้ป่วยโรคไตบางระยะไม่ควรดื่มมากเกินไป ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

  6. งดบุหรี่และแอลกอฮอล์

    บุหรี่ทำให้หลอดเลือดตีบ ส่วนแอลกอฮอล์เพิ่มภาระการทำงานของไต การเลิกช่วยชะลอไตเสื่อมและลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

  7. ควบคุมน้ำหนักตัว

    น้ำหนักเกินเพิ่มความเสี่ยงเบาหวาน ความดัน และไขมันในเลือด ซึ่งล้วนเร่งการเสื่อมของไต

  8. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

    การออกกำลังกายระดับเบาถึงปานกลาง เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ช่วยควบคุมความดัน น้ำตาล และน้ำหนักตัวได้ดี

  9. ตรวจสุขภาพไตประจำปี

    การตรวจเลือดและปัสสาวะช่วยพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งวางแผนดูแลไตได้ทัน

โภชนาการที่ถูกต้อง คือเกราะป้องกันไตที่ดีที่สุด

หัวใจของการชะลอไตเสื่อม คือ วินัยในการดูแลตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องอาหาร

เพราะการคำนวณโปรตีน โซเดียม โพแทสเซียม และฟอสฟอรัสให้เหมาะสม ไม่ใช่เรื่องง่าย

ปัจจุบันจึงมี อาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโรคไต ที่ออกแบบสารอาหารอย่างเหมาะสม ช่วยลดภาระการทำงานของไต

และทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นอย่างปลอดภัย

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *