5 เคล็ดลับการกินอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง
1. เน้นโปรตีนคุณภาพสูงเป็นพิเศษ (Prioritize High-Quality Protein)
โปรตีนเป็นสารอาหารตัวหลักที่ผู้ป่วยมะเร็ง ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นตัวช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างเนื้อเยื่อใหม่ เสริมพลังงานให้ร่างกายพร้อมต่อสู้กับโรคและฟื้นตัวหลังการรักษา ไม่ว่าจะเป็นเคมีบำบัด การฉายแสง หรือการผ่าตัด
ปริมาณโปรตีนที่ผู้ป่วยควรได้รับในแต่ละวัน ไม่ได้เท่ากันทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว เพศ อายุ ระดับกิจกรรม และสภาพร่างกายในช่วงการรักษา โดยมีหลักการคำนวณดังนี้
- ผู้ป่วยทั่วไปที่ไม่ได้ทำกิจกรรมหนัก: 1.0-1.2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
- ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรักษามะเร็ง เช่น เคมีบำบัดหรือเพิ่งผ่าตัด: 1.2-1.5 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
- ผู้ป่วยที่มีภาวะทุพโภชนาการหรือน้ำหนักลดลงมาก: 1.5-2.0 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
เพื่อให้ร่างกายดูดซึมโปรตีนได้ดีที่สุด ควรแบ่งรับประทานกระจายทั้งวัน ไม่ใช่กินครั้งเดียวในมื้อใหญ่ แหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่แนะนำ ได้แก่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา ไข่ เต้าหู้ ถั่ว ธัญพืช รวมถึงผลิตภัณฑ์นมที่ย่อยง่าย
การได้รับโปรตีนเพียงพอจะช่วยให้ผู้ป่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ ลดความเหนื่อยล้า และช่วยให้ร่างกายมีแรงเพียงพอในระหว่างการรักษา
โปรตีนต้อง “มากพอ” เพื่อรักษากล้ามเนื้อ
ผู้ป่วยมะเร็งต้องการโปรตีนมากกว่าคนทั่วไป เพราะร่างกายใช้พลังงานสูงและสูญเสียกล้ามเนื้อได้ง่าย
- ปริมาณที่แนะนำต่อวัน
- ผู้ป่วยทั่วไป: 1.0–1.2 กรัม/กก.น้ำหนักตัว
- ระหว่างคีโม / หลังผ่าตัด: 1.2–1.5 กรัม/กก.
- น้ำหนักลดหรือทุพโภชนาการ: 1.5–2.0 กรัม/กก.
- ควรแบ่งกินตลอดวัน ไม่ควรกินรวบมื้อเดียว
- แหล่งโปรตีนที่ย่อยง่าย: ไข่ ปลา เต้าหู้ เนื้อไม่ติดมัน นมย่อยง่าย
2. แบ่งมื้ออาหารให้เล็กลง แต่บ่อยขึ้น (Small, Frequent Meals)
สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง หลายคนมักมีอาการที่พบได้บ่อย เช่น คลื่นไส้ เวียนหัว เบื่ออาหาร หรือแน่นท้องง่าย โดยเฉพาะระหว่างการทำเคมีบำบัดหรือได้รับการรักษาอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้การทานอาหารครั้งละปริมาณมากไม่ใช่เรื่องง่าย
การ แบ่งมื้ออาหารให้เล็กลง แต่บ่อยขึ้น จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับพลังงานและสารอาหารเพียงพอ ไม่รู้สึกอึดอัดหรือฝืนจนเกินไป ร่างกายก็ยังสามารถย่อยได้ดีขึ้น ช่วยลดอาการไม่สบายท้องหลังอาหารได้ด้วย
หลักการคือ: จำนวนมื้อเพิ่มขึ้น แต่ ปริมาณรวมของสารอาหารต่อวันเท่าเดิม เพื่อให้โภชนาการยังครบถ้วนเหมือนเดิมทุกประการ
เช่น หากผู้ป่วยต้องการพลังงานวันละ 1,200 แคลอรี
- วิธีปกติ: 3 มื้อ เช้า-กลางวัน-เย็น = มื้อละ 400 kcal
- ปรับเป็นแบบแบ่งมื้อ: 6 มื้อ เช่น เช้า / สาย / เที่ยง / บ่าย / เย็น / ก่อนนอน = มื้อละ 200 kcal
ระยะเวลาที่เหมาะสมในการรับประทานคือ ทุก 2-4 ชั่วโมง เพื่อให้ระดับพลังงานคงที่ ไม่หิวมากเกินไป และไม่แน่นท้องเกินไป
3. เลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนและไขมันดี (Choose Complex Carbs & Healthy Fats)
คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง มันหวาน ธัญพืช ให้พลังงานยาวนาน ในขณะที่ไขมันดีจากอะโวคาโด ถั่ว หรือปลาแซลมอน จะช่วยเสริมพลังงานและลดการอักเสบ ช่วยเสริมโภชนาการของ อาหารผู้ป่วยมะเร็ง ให้ครบถ้วนขึ้น ทั้งนี้ต้องดูความเหมาะสมและข้อมูลการแพ้อาหารร่วมด้วย ซึ่งสามารถปรึกษาแพทย์ร่วมด้วยได้
4. ดื่มน้ำให้เพียงพอเสมอ (Stay Hydrated)
ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า น้ำผลไม้แบบไม่หวานจัด หรือเกลือแร่ ล้วนช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำซึ่งมักเกิดขึ้นระหว่างการรักษา ควรจิบน้ำบ่อย ๆ วันละ 2–3 ลิตร โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการไข้ ท้องเสีย หรืออาเจียนจากยา รวมถึงสามารถใช้น้ำซุปใสแทนการดื่มน้ำร่วมด้วยได้ แต่ต้องดูความเหมาะสม เนื่องจากเครื่องปรุงหรือส่วนผสมในน้ำซุป อาจทำให้เกิดการกระหายน้ำเกินไป หรือเพิ่มความเสี่ยงในการแน่นท้องได้
5. จัดการกับผลข้างเคียงด้วยอาหาร (Manage Side Effects with Food)
โดยส่วนมากผู้ป่วยหลายคนอาจประสบปัญหาเจ็บปาก แสบคอ กลืนลำบาก หรือท้องผูก การเลือก อาหารควรคำนึงถึงอาการเฉพาะของแต่ละบุคคล เช่น อาหารอ่อน ย่อยง่าย เนื้อนิ่ม รสไม่จัด เพื่อช่วยลดอาการระคายเคือง เพิ่มความสบายในการรับประทานมากขึ้น
แม้ผู้ป่วยจะพยายามดูแลตัวเองด้วยการเลือกอาหารผู้ป่วยมะเร็ง ให้โภชนาการครบถ้วน แต่ในความเป็นจริง มีหลายครั้งที่ผู้ป่วยไม่สามารถกินได้เพียงพอ จากอาการเบื่ออาหารรุนแรง แผลในปาก การกลืนลำบาก หรือปัญหาทางเดินอาหารที่ทำให้การกินเป็นเรื่องยาก อาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารได้ง่าย
ในสถานการณ์นี้ อาหารทางการแพทย์” (Medical Food) จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะถูกคิดค้นวิจัยและพัฒนาเพื่อผู้ป่วยเฉพาะโรคหรือผู้ที่ต้องการเสริมโภชนาการ คุณสมบัติของอาหารทางการแพทย์ ต้องมีสารอาหารครบถ้วน 5 หมู่ ย่อยง่ายและดูดซึมง่ายเพื่อให้พลังงานได้เลย
“อาหารทางการแพทย์” ทางเลือกเพื่อโภชนาการที่ครบถ้วน
การพิจารณาใช้ อาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง เป็นทางเลือกที่ดีในการเติมเต็มสารอาหารให้ครบถ้วนและเหมาะสม ช่วยให้ร่างกายมีพลังในการรับมือกับโรคต่อไป
โภชนาการที่ดีคือส่วนสำคัญของการต่อสู้กับโรคมะเร็ง การเลือกกินอาหารที่เหมาะสม ควบคู่กับการดูแลจากแพทย์ จะช่วยให้ผู้ป่วยมีแรงต่อสู้มากขึ้น และฟื้นฟูร่างกายได้ดีขึ้นในทุกช่วงของการรักษา หากการทานอาหารปกติเป็นเรื่องยาก การใช้ อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ก็เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารครบถ้วน ตรงความต้องการของร่างกาย
เมื่อการกินอาหารปกติ “ไม่เพียงพอ”
ผู้ป่วยจำนวนมากไม่สามารถกินได้ตามที่ร่างกายต้องการจากอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือแผลในปากทำให้เสี่ยง ภาวะขาดสารอาหารและกล้ามเนื้อฝ่อ
ในกรณีนี้ อาหารทางการแพทย์ (Medical Food) จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยเติมโภชนาการให้ครบถ้วน มีสารอาหารครบ 5 หมู่ ย่อยง่าย และให้พลังงานสูง เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่กินอาหารปกติไม่ได้เพียงพอ
โภชนาการที่ดี คือพลังสำคัญในการฟื้นตัว
การกินให้เหมาะสม ควบคู่การดูแลจากแพทย์ จะช่วยให้ร่างกายพร้อมรับมือกับการรักษาในทุกระยะ