• Home
  • โรคไต

วิธีเลือกอาหารเสริมและอาหารคนไข้โรคไตอย่างปลอดภัย

วิธีเลือกอาหารเสริมและอาหารคนไข้โรคไตอย่างปลอดภัย

การดูแลโภชนาการเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการรักษาโรคไตเรื้อรัง เนื่องจากเมื่อการทำงานของไตลดลง ร่างกายจะไม่สามารถขับของเสียและรักษาสมดุลของแร่ธาตุได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนเดิม ดังนั้น การเลือกอาหารคนไข้โรคไตที่เหมาะสมจึงมีบทบาทในการช่วยชะลอการดำเนินของโรค ลดภาวะแทรกซ้อน และสนับสนุนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

หลักสำคัญของการวางแผนอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตคือการควบคุมสารอาหาร 4 ชนิด ได้แก่ โปรตีน โซเดียม โพแทสเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งแต่ละชนิดมีผลต่อการทำงานของไตแตกต่างกัน นอกจากนี้ ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมยังขึ้นอยู่กับระยะของโรค โดยผู้ป่วยก่อนฟอกไตและผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกไตแล้ว จะมีความต้องการโปรตีนไม่เท่ากัน 

สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้อาหารเสริมโรคไต ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรหรือสารสกัดที่ไม่มีข้อมูลความปลอดภัยเพียงพอ และเลือกอาหารทางการแพทย์โรคไตที่ได้รับการออกแบบสำหรับผู้ป่วยโรคไตโดยเฉพาะ ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

4 สารอาหารสำคัญที่ผู้ป่วยโรคไตต้องควบคุม

โซเดียม (Sodium)

โซเดียมมีผลต่อการควบคุมสมดุลน้ำและความดันโลหิต หากได้รับมากเกินไป อาจทำให้เกิดภาวะบวมน้ำ ความดันโลหิตสูง และเพิ่มภาระการทำงานของไต โดยทั่วไป ผู้ป่วยโรคไตควรได้รับโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ อาหารที่ควรจำกัด ได้แก่

  • เครื่องปรุงรส เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส
  • อาหารหมักดอง
  • อาหารแปรรูป
  • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
  • ขนมขบเคี้ยวรสเค็ม

โปรตีน (Protein)

โปรตีนเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและรักษามวลกล้ามเนื้อ แต่ในผู้ป่วยโรคไต การได้รับโปรตีนมากเกินไปอาจทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้น ขณะที่การได้รับน้อยเกินไปก็อาจทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหาร ดังนั้น ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาตามระยะของโรค และเลือกโปรตีนคุณภาพดี เช่น ปลา ไข่ขาว หรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร

โพแทสเซียม (Potassium)

เมื่อการทำงานของไตลดลง ร่างกายอาจขับโพแทสเซียมออกได้ไม่ดี ส่งผลให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดสูง ซึ่งอาจกระทบต่อการทำงานของหัวใจ อาหารที่มีโพแทสเซียมสูงที่ควรจำกัด ได้แก่

  • กล้วย
  • มะละกอ
  • ส้ม
  • ทุเรียน
  • มันฝรั่ง
  • ผักบางชนิด เช่น คะน้าและบรอกโคลี

ทั้งนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจยังสามารถรับประทานผักบางชนิดได้ หากผ่านการเตรียม

อาหารที่เหมาะสม เช่น การลวกแล้วเทน้ำทิ้ง เพื่อลดปริมาณโพแทสเซียม

ฟอสฟอรัส (Phosphorus)

เมื่อฟอสฟอรัสสะสมในเลือดมากเกินไป อาจส่งผลต่อสุขภาพกระดูก ทำให้เกิดภาวะกระดูกเปราะบาง และอาจมีอาการคันตามผิวหนัง อาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง ได้แก่

  • นมและผลิตภัณฑ์จากนม
  • ชีส
  • ไข่แดง
  • เครื่องในสัตว์
  • ถั่วและธัญพืชบางชนิด

ผู้ป่วยควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์

 

ปริมาณโปรตีนและอาหารที่เหมาะสมตามระยะของโรคไต

 

ระยะของโรคไต

ความต้องการโปรตีน

คำแนะนำด้านโภชนาการ

ระยะที่ 1 – 3a (ไตเสื่อมระยะเริ่มต้น)

ปกติ – จำกัดเล็กน้อย (0.8 – 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อวัน)

ควบคุมอาหารเค็มและโซเดียม ทานโปรตีนคุณภาพดีในปริมาณที่เหมาะสม

ระยะที่ 3b – 5 (ก่อนฟอกไต)

จำกัดโปรตีนอย่างเคร่งครัด (0.6 – 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อวัน)

ลดโปรตีนเพื่อชะลอความเสื่อมของไต ควบคุมโพแทสเซียมและฟอสฟอรัส

ผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกไตแล้ว

ต้องการโปรตีนสูง

(1.0 – 1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อวัน)

ต้องเพิ่มโปรตีนเพื่อชดเชยส่วนที่สูญเสียไประหว่างการฟอกเลือดหรือล้างไตทางหน้าท้อง

 

วิธีเลือกอาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโรคไต

ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมีข้อจำกัดในการรับประทานอาหาร หรือไม่สามารถได้รับสารอาหารเพียงพอจากอาหารมื้อหลัก ในกรณีดังกล่าวอาหารทางการแพทย์ผู้ป่วยโรคไตอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสนับสนุนภาวะโภชนาการ

การเลือกผลิตภัณฑ์ควรพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้

  • เป็นอาหารทางการแพทย์ที่ออกแบบสำหรับผู้ป่วยโรคไตโดยเฉพาะ
  • มีข้อมูลโภชนาการและส่วนประกอบที่ชัดเจน
  • มีปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมกับระยะของโรค
  • ควบคุมโซเดียม โพแทสเซียม และฟอสฟอรัสให้อยู่ในระดับเหมาะสม
  • ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับอาหารทางการแพทย์โรคไตหรือผลิตภัณฑ์เสริมอื่นๆ ที่กล่าวอ้างสรรพคุณเกี่ยวกับโรคไต ควรเลือกใช้อย่างระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสมุนไพรหรือสารสกัดที่ไม่มีข้อมูลด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยเพียงพอ

ข้อควรระวังและทริคในการเตรียมอาหารผู้ป่วยโรคไต

นอกจากการเลือกชนิดของอาหารแล้ว วิธีการเตรียมอาหารก็มีความสำคัญเช่นกัน

  • ลดการใช้เครื่องปรุงรสที่มีโซเดียมสูง
  • เลือกวิธีปรุงอาหาร เช่น ต้ม นึ่ง หรือตุ๋น แทนการทอด
  • ลวกผักบางชนิดก่อนปรุง เพื่อลดปริมาณโพแทสเซียม
  • อ่านฉลากโภชนาการก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารทุกครั้ง
  • วางแผนเมนูอาหารล่วงหน้า เพื่อช่วยควบคุมปริมาณสารอาหารในแต่ละวัน

รวมถึงการติดตามผลเลือดและปรับแผนโภชนาการอย่างสม่ำเสมอร่วมกับทีมแพทย์ จะช่วยให้การดูแลอาหารผู้ป่วยไตวายเรื้อรังมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สรุป 

การดูแลอาหารคนไข้โรคไตเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และการวางแผนอย่างเหมาะสม เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายมีข้อจำกัดด้านโภชนาการแตกต่างกันตามระยะของโรค

การเลือกอาหารทางการแพทย์โรคไต ที่ออกแบบสำหรับผู้ป่วยโรคไตโดยเฉพาะ อาจช่วยสนับสนุนการได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสม และลดความยุ่งยากในการคำนวณสารอาหารในแต่ละวัน ทั้งนี้ ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร เพื่อให้เหมาะสมกับภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *