ฟื้นฟูร่างกายหลังทำเคมีบำบัดด้วยโปรตีน

ฟื้นฟูร่างกายหลังทำเคมีบำบัดด้วยโปรตีน

การรักษาโรคมะเร็งด้วยเคมีบำบัด (Chemotherapy) เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่ช่วยควบคุมหรือทำลายเซลล์มะเร็ง อย่างไรก็ตาม ยาเคมีบำบัดไม่ได้ส่งผลต่อเซลล์มะเร็งเพียงอย่างเดียว แต่ยังอาจกระทบต่อเซลล์ปกติบางส่วนของร่างกายด้วย โดยเฉพาะเซลล์ที่มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว เช่น เซลล์เยื่อบุทางเดินอาหาร เซลล์เม็ดเลือด และเซลล์รากผม

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย เช่น เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ลิ้นรับรสเปลี่ยน อ่อนเพลีย หรือภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ ล้วนส่งผลให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารได้น้อยลง และมีความเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหาร

ในช่วงเวลานี้ ร่างกายจำเป็นต้องได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ สนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ร่างกายพร้อมสำหรับการรักษาในขั้นตอนต่อไป

ทำไม “โปรตีน” ถึงเป็นสารอาหารหลักที่ขาดไม่ได้หลังทำคีโม?

หลังการทำเคมีบำบัด ร่างกายอยู่ในภาวะที่ต้องซ่อมแซมเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โปรตีนจึงมีบทบาทสำคัญในหลายด้าน ได้แก่

ช่วยซ่อมแซมเซลล์และเนื้อเยื่อที่สึกหรอ

ร่างกายใช้กรดอะมิโนจากโปรตีนในการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการรักษา

ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ

ผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมากมีความเสี่ยงต่อภาวะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะในช่วงที่รับประทานอาหารได้น้อย การได้รับโปรตีนสำหรับผู้ป่วยมะเร็งอย่างเพียงพอจึงมีความสำคัญต่อการคงความแข็งแรงของร่างกาย

สนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน

โปรตีนเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีบทบาทในการป้องกันการติดเชื้อ โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอหลังการรักษา

ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายโดยรวม

การได้รับโปรตีนผู้ป่วยมะเร็งอย่างเหมาะสม ช่วยสนับสนุนการฟื้นตัว ลดความอ่อนเพลีย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตในระหว่างการรักษา

วิธีเลือก โปรตีนสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง

หลังการทำเคมีบำบัด ร่างกายมีความต้องการโปรตีนเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ รักษามวลกล้ามเนื้อ และสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ดังนั้น การเลือกโปรตีนสำหรับผู้ป่วยมะเร็งจึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะปริมาณโปรตีนเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงคุณภาพ ความสามารถในการย่อย และความเหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละรายด้วย

1. เลือกโปรตีนที่ย่อยง่ายและรับประทานได้ต่อเนื่อง

ผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมากอาจมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือรับประทานอาหารได้น้อย จึงควรเลือกแหล่งโปรตีนที่ย่อยง่าย ไม่เพิ่มภาระให้ระบบทางเดินอาหาร และสามารถรับประทานได้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน เช่น

  • ปลา
  • ไข่
  • เต้าหู้
  • ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
  • เนื้อไก่ไม่ติดหนัง
  • นมหรือโยเกิร์ตที่เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของผู้ป่วย

การได้รับโปรตีนอย่างสม่ำเสมอในแต่ละวัน จะช่วยให้ร่างกายสามารถนำสารอาหารไปใช้ในการฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ควรมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน

โปรตีนคุณภาพดีควรมีกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด ซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำคัญในการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อของร่างกาย โดยเฉพาะโปรตีนจากสัตว์ เช่น ปลา ไข่ หรือผลิตภัณฑ์นม รวมถึงโปรตีนคุณภาพสูงบางชนิด เช่น เวย์โปรตีน ที่มีองค์ประกอบของกรดอะมิโนครบถ้วนและดูดซึมได้ดี

3. ให้ความสำคัญกับความสะอาดและความปลอดภัย

ในช่วงที่ภูมิคุ้มกันอาจอ่อนแอลงจากการรักษา ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือปรุงไม่สุก และเลือกแหล่งโปรตีนที่ผ่านการปรุงสุกใหม่ สะอาด และเก็บรักษาอย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากอาหาร

เมื่ออาหารมื้อหลักไม่เพียงพอ บทบาทของ “อาหารทางการแพทย์โปรตีนสูง”

ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือรับประทานอาหารได้น้อย ส่งผลให้ได้รับพลังงานและโปรตีนไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

ในกรณีดังกล่าว อาหารทางการแพทย์โปรตีนสูง อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสนับสนุนภาวะโภชนาการ โดยผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ได้รับการออกแบบให้มีสัดส่วนสารอาหารที่เหมาะสม มีโปรตีนในปริมาณสูง และให้พลังงานเพียงพอสำหรับผู้ที่มีความต้องการทางโภชนาการเฉพาะ

นอกจากนี้ อาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยมะเร็งยังถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารที่จำเป็นในปริมาณที่เหมาะสม โดยควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

เทคนิคการทานอาหารเพื่อฟื้นฟูร่างกายสำหรับผู้ป่วยที่ทานได้น้อย

แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ

แทนที่จะรับประทานวันละ 3 มื้อใหญ่ อาจแบ่งเป็น 5-6 มื้อย่อย เพื่อช่วยให้รับประทานได้ง่ายขึ้น

เลือกอาหารที่มีพลังงานและโปรตีนสูง

ควรให้ความสำคัญกับอาหารที่ให้สารอาหารหนาแน่นในปริมาณไม่มาก

รับประทานอาหารเมื่อรู้สึกอยากอาหาร

ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับเวลาอาหารเสมอไป หากร่างกายมีความอยากอาหารในช่วงใด ควรใช้โอกาสนั้นในการรับประทานอาหาร

ดูแลสุขอนามัยช่องปาก

การทำความสะอาดช่องปากอย่างสม่ำเสมออาจช่วยลดปัญหาลิ้นรับรสเปลี่ยนและเพิ่มความสบายในการรับประทานอาหาร

อาหารที่ควรเลี่ยงในช่วงฟื้นฟูหลังคีโม

เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและอาการไม่พึงประสงค์ ผู้ป่วยควรระมัดระวังอาหารบางประเภท ได้แก่

  • อาหารดิบหรือปรุงไม่สุก
  • อาหารที่เก็บรักษาไม่ถูกสุขลักษณะ
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • อาหารที่มีไขมันสูงมาก
  • อาหารรสจัดที่อาจกระตุ้นอาการคลื่นไส้

ทั้งนี้ แนวทางการรับประทานอาหารอาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ควรปรึกษาทีมรักษาเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม

สรุป

การฟื้นฟูร่างกายหลังทำเคมีบำบัดเป็นช่วงเวลาที่ต้องให้ความสำคัญกับโภชนาการเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการได้รับโปรตีนคุณภาพสูงอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง เพราะโปรตีนมีบทบาทสำคัญในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ รักษามวลกล้ามเนื้อ และสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน

สำหรับผู้ที่รับประทานอาหารได้ไม่เพียงพอ อาหารทางการแพทย์โปรตีนสูงอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยสนับสนุนการได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสม เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมสำหรับการรักษาและการฟื้นฟูในระยะต่อไป

Source

https://www.phyathai.com/th/pyt2/article/3024-self-care_after_chemotherapy_branchpyt2

https://chgcancercenter.com/protein-intake-during-chemotherapy-radiation

https://www.medparkhospital.com/lifestyles/nutrition-plan-during-chemotherapy

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *