ไขข้อข้องใจ อาหารเสริมบำรุงตับจำเป็นจริงไหม?

ไขข้อข้องใจ อาหารเสริมบำรุงตับจำเป็นจริงไหม?

ปัจจุบันอาหารเสริมบำรุงตับ ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน สมุนไพรสกัด หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่าง ๆ มักมีการกล่าวอ้างถึงการช่วยดูแลการทำงานของตับ แต่ในความเป็นจริง สำหรับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงและรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ตับเป็นอวัยวะที่มีกลไกซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเองได้ตามธรรมชาติ อาจไม่มีความจำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริมเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ในผู้ที่มีโรคตับ เช่น โรคตับอักเสบ โรคตับแข็ง ผู้ที่มีภาวะทุพโภชนาการ ผู้สูงอายุที่รับประทานอาหารได้น้อย หรือผู้ที่มีความต้องการทางโภชนาการเฉพาะ การได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสม รวมถึงการใช้ อาหารทางการแพทย์โรคตับ ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร อาจเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลด้านโภชนาการได้

ประเด็นสำคัญ

  • อาหารเสริมบำรุงตับจำเป็นไหม? ไม่จำเป็นสำหรับคนแข็งแรงทั่วไป แต่มีความสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคตับหรือผู้ที่เสี่ยงขาดสารอาหาร
  • สารอาหารหลักฟื้นฟูตับ: เน้นรับประทานโปรตีนคุณภาพดี, กรดอะมิโน BCAAs และวิตามินต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานของตับ
  • ความปลอดภัยต้องมาก่อน: การใช้ “อาหารทางการแพทย์” สำหรับผู้ป่วยโรคตับ ควรอยู่ภายใต้การดูแลและคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเท่านั้น

ตับทำหน้าที่อะไร ทำไมถึงเป็นอวัยวะที่สำคัญ?

ตับเป็นอวัยวะที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของร่างกายหลายด้าน เช่น

  • เปลี่ยนและเก็บสะสมสารอาหาร
  • สร้างโปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกาย
  • ผลิตน้ำดีเพื่อช่วยย่อยไขมัน
  • กำจัดของเสียและสารพิษบางชนิด
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด

เมื่อการทำงานของตับลดลง ไม่ว่าจะจากโรคตับอักเสบ โรคตับแข็ง หรือโรคตับเรื้อรัง ร่างกายอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหาร มวลกล้ามเนื้อลดลง และเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ ด้วยเหตุนี้ การดูแลโภชนาการจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

สรุปแล้วอาหารทางการแพทย์โรคตับ จำเป็นสำหรับใครบ้าง?

ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง รับประทานอาหารได้ครบถ้วน และไม่มีภาวะขาดสารอาหาร มักสามารถได้รับสารอาหารที่เพียงพอจากอาหารตามปกติ แต่ในบางกลุ่ม อาจมีความจำเป็นต้องได้รับการประเมินด้านโภชนาการเพิ่มเติม เช่น

  • ผู้ป่วยโรคตับอักเสบเรื้อรัง
  • ผู้ป่วย อาหารโรคตับแข็ง ที่มีภาวะทุพโภชนาการ
  • ผู้ป่วย อาหารผู้ป่วยมะเร็งตับ ที่รับประทานอาหารได้น้อย
  • ผู้สูงอายุที่มีภาวะเบื่ออาหาร
  • ผู้ที่มีน้ำหนักลดหรือสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ

ในกรณีดังกล่าว แพทย์หรือนักกำหนดอาหารอาจพิจารณาการใช้อาหารทางการแพทย์หรือการเสริมสารอาหารบางชนิดตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ ไม่ควรเลือกซื้ออาหารทางการแพทย์โรคตับ หรือผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างสรรพคุณในการรักษาโรคมารับประทานเอง โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์

3 สารอาหารสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของตับ

1. กรดอะมิโนชนิดกิ่ง (Branched-Chain Amino Acids: BCAAs)

BCAAs หรือกรดอะมิโนชนิดกิ่ง ประกอบด้วย ลิวซีน ไอโซลิวซีน และวาลีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างและรักษามวลกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคตับที่มีความเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหารหรือสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ

ดังนั้น ในการเลือก อาหารทางการแพทย์โรคตับ ผู้ป่วยและผู้ดูแลควรพิจารณาสูตรที่มีการเสริม BCAAs ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อช่วยสนับสนุนความต้องการด้านโภชนาการและการรักษามวลกล้ามเนื้อ ทั้งนี้ การเลือกสูตรและปริมาณที่เหมาะสมควรพิจารณาตามภาวะสุขภาพและคำแนะนำของแพทย์

2. โปรตีนคุณภาพดีที่ย่อยง่าย

โปรตีนมีความสำคัญต่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ ซึ่งผู้ป่วยโรคตับมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียได้ง่าย แหล่งโปรตีนที่แนะนำ ได้แก่

  • ปลา
  • ไข่
  • เต้าหู้
  • ถั่วเหลือง
  • เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน

ในผู้ที่รับประทานอาหารได้ไม่เพียงพอ อาหารทางการแพทย์โรคตับ อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการช่วยให้ได้รับโปรตีนและพลังงานอย่างเหมาะสม ภายใต้คำแนะนำของทีมรักษา

3. วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants)

ผู้ป่วยโรคตับบางรายอาจมีภาวะขาดวิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิด เนื่องจากการรับประทานอาหารลดลงหรือการดูดซึมผิดปกติ การรับประทานผัก ผลไม้ และอาหารที่หลากหลาย จะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็น

อย่างไรก็ตาม การรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในปริมาณสูง ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากวิตามินบางชนิดอาจสะสมในร่างกายและส่งผลต่อการทำงานของตับได้

วิธีดูแลตับให้แข็งแรงด้วยโภชนาการแบบยั่งยืน

การดูแลสุขภาพตับไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอาหารทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่สามารถเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน ดังนี้

  • รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม
  • เลือกโปรตีนคุณภาพดีและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • เพิ่มผักและผลไม้ที่หลากหลาย
  • ลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว น้ำตาล และโซเดียมสูง
  • งดหรือหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับผู้ป่วยโรคตับ คำแนะนำด้านโภชนาการอาจแตกต่างกันตามระยะของโรค ควรได้รับคำแนะนำเฉพาะรายจากแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร เพื่อให้เหมาะสมกับภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล

ดูแลสุขภาพอย่างมั่นใจ ปรึกษาเรื่องโภชนาการทางการแพทย์กับ Thai Otsuka

สำหรับผู้ที่มีโรคตับหรือมีข้อจำกัดในการรับประทานอาหาร การได้รับคำแนะนำจากแพทย์และนักกำหนดอาหาร รวมถึงการเลือกใช้อาหารทางการแพทย์โรคตับ ที่ได้รับการออกแบบตามหลักโภชนาการ อาจช่วยสนับสนุนการได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

สินค้าที่เกี่ยวข้อง